คุณสมบัติ Disney princess

posted on 04 Dec 2009 21:09 by zanael

หลังจากที่ช่วงนี้ขุดระดมเอาแผ่นการืตูนดิสนีย์ขึ้นมาดู ก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง......

เจ้าหญิงดิสนีย์นั้น...มีคุณสมบัติเด่นเอามากๆ........ 

อย่างแรกเลย.......ต้องพูดกับสัตว์ได้(ไม่รู้คุยภาษาอะไรกัน) เจ้าหญิงไม่มีเพื่อนเลยเหรอวะเนี่ย เห็นกี่เรื่องก็โลนลี่คุยกับสัตว์ตลอด! ทำไมไม่มีพระสหายหรืออะไรบ้างเนี่ย?

อย่างที่สอง...รู็สึกข้อนี้สำคัญมาก.....เจ้าหญิงดิสนีย์.....ต้องตกหลุมรักกับตัวเอกในชั่วเสี้ยววินาทีที่เห็น!!!!!!!! แถมยังโมเมว่าเป็นเนื้อคู่ได้อีก (ไอ้คบหาก่อนแต่งนี่ไม่คิดเลยใช่มั้ย)

อย่างที่สาม ข้อนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันเหมือนกัน เจ้าหญิงดิสนีย์จะต้องร้องเพลงได้ เนื่องจากเป็นสไตล์การดำเนินเรื่องของดิสนีย์ที่มักจะใช้เพลงแสดงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครนั้นๆ (ส่วนใหญ่เห็นร้องรคนเดียวไม่ก็ร้องกับสััตว์น่ะ) 

 

ลองมาดูกันว่าจริงมั้ย......

 

เจ้าหญิงคนแรก :: สโนไวท์ 

เจ้าหญิงสโนไวท์เปิดเรื่องมาก็คุยกับสัตว์คลุกคลีกับสัตว์แล้ว พูดกับทุกตัวได้หมด(แถมฟังรู้เรื่องด้วย) นอกจากนั้นไม่พอ ยังตกหลุมรักกับเจ้าชายที่เจอกันตรงระเบียงในชั่วเสี้ยววินาที (ปล.แต่จริงๆถ้าเราเป็นนายพรานคงสับสโนไวท์ทิ้งเหมือนกัน เสียงหล่อนแสบแก้วหูมาก ลำโพงจะพัง)

เจ้าหญิงคนที่สอง ::  แอเรียล เจ้าหญิงเงือกน้อย

อันนี้เรื่องคุยกับสัตว์ได้ก็คงไม่แปลก เพราะว่าเป็นเจ้าหญิงเงือก จะคุยกับปูกับหมา หรือว่านกมันก็ไม่แปลกอยู่แล้ว แต่ยังไงก็อยู่ในขอบข่ายคำว่าคุยกับสัตว์ได้อยู่ดี OTL  และแน่นอนทันทีที่เจ้าหญิงเห็นเจ้าชายที่อยู๋บนเรือที่กำลังจัดการสังสรรค์ก็ตกหลุมรักทันทีอีกเช่นกัน...-_- สำหรับเรื่องเจ้าหญิงเงือกน้อยนี้ เป็นเรื่องที่เราเห็นเจ้าชายไม่เป็นเจ้าชาย ไม่รู้สินะ หาความรู้สึกเป็นเจ้าชายจากเอริคไม่ได้ฟร่ะ!! ดูเจ้าชายจะคล่องราวกรรมกรไปหน่อยแล้ว!! 

แอบเลี่ยมนิดนึง....มันมีภาคสามของแอเรียลออกมา เป็นภาคเริ่มต้นตอนก่อนจะเริ่มภาคหนึ่ง(เรียกว่าภาคศูนย์ได้มั้ย?) คือว่านะ แอเรียลน่ะเป็ฯคนที่เหมือนแม่มากที่สุด แล้วพี่สาวคนที่เหลือทำไมมันไม่ได้เค้าแม่เค้าพ่อมาเลยเนี่ย!!!! คิงไททั้นมีกิ้กใช่ม้ายยยย 

เจ้าหญิงคนที่สาม :: องค์หญิงจัสมิน 

รายนี้คุยกับเสือได้...แต่ไม่มีบริวารมากเท่ากับเจ้าหญิงสองคนข้างบน(สองคนข้างบนนั่นมีเป็นขโยง) ในขณะเดียวกันพระเอกของเรื่องก็คุยกับลิงได้ด้วย OTL ส่วนเรื่องตกหลุมรักนั้น ตัวเอกทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกันกลางอากาศในตลาดสด-_-" (รักในตลาดสดนะเนี่ย)

เจ้าหญิงคนที่สี่ :: เจ้าหญิงออโรร่า

เจ้าหญิงออโรร่า มีบริวารเป็นสัตว์มากมาย เนื่องจากหนีแม่มดไม่ให้หาตัวเจอ ส่วนเจ้าชายที่เดินทางเข้าไปในป่าก็ได้ยินเสียงของเจ้าหญิงก็เลยเข้ามาตามหา พอเจอปั้บก็ตกหลุมรักกันทั้งคู่พอดี (แถมยังมาอ้างหน้าด้านๆว่าเราไม่ใช่คนแปลกหน้า เราเคยเจอกันแล้วในฝันอีกตะหาก......) แต่เรื่องน้อยากจะขอคอมเม้นต์จริงๆ เจอตัวปุ้บเล่นเข้าถึงนื้อถึงตัวเลยนะเจ้าชาย แลดูเพลย์บอยอย่างแรง

เจ้าหญิงคนที่ห้า :: โพคาฮอนทัส 

เป็นลูกหัวหน้าเผ่าก็คงเรียกว่าเจ้าหญิงได้น่ะนะ  อันนี้ก็อารมณ์ว่าไปเจอคนต่างชาติที่เข้ามารุกราน แล้วก็ตกหลุมรักทันทีอีกเหมือนกัน มีการแอบลอบพบกันอีกต่างหาก ส่วนเรื่องทีสามารถคุยกับสัตว์ได้ คุยได้แน่นอน เพราะมีแรคคูนหับฮัมมิ่งเบอร์ดเป็นเพื่อน ส่วนเรื่องนี้อยากจะบอกว่า...แหวกแนวมาก....เพราะส่วนใหญ่แล้วในการ์ตูนดิสนีย์ ตัวเอกในตอนจบจะได้ลงเอยกัน แต่อันนี้มาแปลก ภาคแรกจบที่จอนห์นสมิธกลับลอนดอนไปรักษาตัว พอภาคสองมา โพคาฮอนทัสเข้าลอนดอนไปดนันไปชอบคนอื่นอีก ดิสนีย์ แบบนี้มันเรียกร้าวฉานนะ!!!

 

 

ที่จริงดิสนีย์มีคาแรกเตอร์เจ้าหยิงมากกว่านี้ แต่เราไม่ได้พูดถึง เนื่องจากว่าคนที่เหลือนั้นพื้นเพเดิมมาจากชาวบ้านธรรมดาไม่ได้เป็นเจ้าหญิงแต่อย่างใด  

 

เบล :: จากเรื่อง Beauty and the beast

เบลมีคุณสมบัติสองอย่างจากทั้งสามอย่าง คือ ร้องเพลงได้ คุยกับสัตว์ได้ แต่ที่ขาดไปคือ เบลไม่ได้ตกหลุมรักเจ้าชายอสูรในทันที เป็นความรู็สึกที่ค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆ

ซินเดอเรลล่า :: จากเรื่อง Cinderella

ตอนแรกเกือบจะนับรวมเป็นเจ้าหญิงไปแล้ว ลืมไปว่าซินเป็นลูกเศรษฐีแต่โดนคุณแม่ใหม่โขกสับใช้แรงงาน ยังไงก็ตาม ถึงวินจะไม่ใช่เจ้าหญิงแต่ก็มีคุณสมบัติครบทัง้สามข้อ ร้องพลง พูดกับสัตว์ได้ และตกหลุมรักเจ้าชายในชั่วเสียววินาที (แต่เอาเข้าว่าจริงๆเราว่าซินนี่เจ้าเล่ห์ใช้ได้นะ....ตอนสุดท้ายที่รองเท้าแก้วมันตกแตกนั่นน้องซินอาจจะจงใจแล้วจะได้โชว์รองเท้าอีกคู่ก็ได้ ใครจะรู้!!!!!) 

มู่หลาน :: จากเรื่อง mulan

อันนี้ออกจะแหกกฎไปเยอะ มีคุณสมบัติแค่ข้อเดียวคือร้องเพลง ส่วนในเรื่องของคุยกับสัตว์นั่น ขอไม่นับ เพราะว่ามังกรมูชูพูดได้อยู่แล้ว OTL แถมมู่หลานก็ไม่ได้ตกหลุมรักแชงตั้งแต่แรกด้วย ผ่านไปเป็นเดือนหลังฝึกแล้วถึงจะเริ่มชอบ (อย่างไรก็ตาม....มู่หลานมันแอบวายใช่มั้ย!!!!!!) 

 

ดท่านี้แหละที่อยากพูดถึง ฮาาา

(หมดมุขอัพบล้อกแล้วใช่มั้ยอ่ะ?) 

ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณทุกความเห็นที่เม้นต์มาให้นะคะ ส่วนคนที่อยากตอบอีกก็ยังไปตอบได้นะคะ แฮะๆ ยังรับความคิดเห็นอยู๋เรื่อยๆค่ะ

จากเอ็นทรี่ย์ที่แล้วที่ถามมา เหมือนส่วนใหญ่จะเห็นว่ากลัวเรากัน อันนี้จริงๆก้พอจะรู้ตัวว่าเราค่อนข้างหน้าตาไม่รับแขกเท่าไหร่ ยิ่งถ้าอยู่ในงานการ์ตูนเราจะยิ่งหน้าบูดๆ อาจจะเพราะเราเหนื่อยหรือว่าอะไรก็ได้(อาจผ่านการต่อสู้กับลูกค้ามา หรือเพราะบางงานเรานั่งเครื่องบินไปงานลงจากสนามบินแล้วก็ไปที่งานเลย มันก็เลยแอบเหนื่อยล่ะมั้ง)

เวลาอยู๋ในงานการ์ตูนเนี่ย เราไม่ค่อยอยากจะรับสึเคบุหรอกนะคะ เพราะว่าเราวาดไปแล้วมันห่วยอ่ะ อยากวาดให้ดีๆแต่อารมณ์ในงานมันแบบว่าเราเหนื่อยก็เลยเซ็นไม่สวย ยังไงก็ต้องขออภัยหลายๆท่านที่เคยมาขอแล้วอีซานามันไม่เซ็นให้นะคะ (ขนาดจะออกไปของสึเคะคนอื่นเรายังไม่ได้ทำเลยOTL) 

สำหรับเราแล้ว จริงๆในงานการ์ตูนเราก็ไม่ค่อยทักใครก่อนอ่ะค่ะ เพราะว่าเราไม่ค่อยรู็จักดีเท่าไหร่ กับคนที่ไปทักก็คือว่ารู็จักกันแล้ว สนิทกันแล้ว (ขนาดจะไปจอถ่ายรูปเลเยอร์ยังไม่กล้าเลย กร้ากกกก)

ที่จริงแล้วเราเป็นคนขี้อายกับขี้กลัวนะ กับอะไรที่ไม่คุ้น กับคนที่ไม่รู้จักจะค่อนข้างกลัวไม่ค่อยกล้าเข้าไปพูดด้วย(จนกว่าเค้าจะเฟรนด์ลี่มาทักก่อน กร้าก) เราเคยถามคนอื่นเหมือนกันว่าเราเป็นยังไง ตอนแรกๆคนที่เขาไม่รู็จักเราจะบอกว่าเราน่ากลัว เข้าถึงยาก หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่พอเขาสนิทด้วยแล้วเขาก็มักจะบบอกว่า "ไม่คิดว่าจะเป็นคนตลกแบบนี้" (แล้วมันแบบไหนล่ะ!!) << อันที่จริงเวลาอยู่กับเพื่อนเราก็มักจะปล่อยมุขแทบตลอดเวลา(แถมแป้กก็มี)<<ที่จริงแล้วก็แค่กวนตีนชาวบ้าน?

แล้วก็อาจจะเห็นเราเป็นคนเงียบๆเพราะว่าเราไม่รู็จะชวนคุยเรื่องอะไรก็ได้ เหอ เหอ แต่ถ้าจูนคลื่นติดแล้วก้ถึงไหนถึงกันล่ะ ฮาาา 

ส่วนในเรื่องที่เราเป็นคนพูดอะไรแบบตรงๆนั้น เราก็ว่าเราก็พูดตรงๆค่ะ แบบว่าบางทีก็พูดไม่คิดเลยด้วยซ้ำ(คิดไม่ทัน) สำหรับเรื่องที่เราไม่ชอบเราก็จะเขยียนอะไรแบบตรงๆ แต่บางทีเราก็ชอบพูดแบบภาษาเรียบๆแต่ว่าจิกกัดแอบๆก็ีมีเหมือนกัน  แล้วก็เหมือนที่หลายๆคนบอกน่ะค่ะ ว่าการพูดอะไรตรงๆมันก็ดี แต่ว่าบางเร่ืองก็ควรจะเก็บเอาไว้บ้าง แต่เราไม่ค่อยเก็บเท่าไหร่ เพราะเราถือว่าที่บล็อกเป็นกระโถน กร้าก เพราะว่าเราก็ไม่รู้จะไปพูดให้ใครฟัง อย่างน้อยขอบ่นลงบล็อกก็ยังดี อะไรแบบนั้น (เคยบ่นเรื่องรับน้องแล้วก็มีรุ่นพี่มาเจอด้วยอีกตะหาก โอ้ยยย ขำ)

มีหลายคนบอกกว่าเราขยัน ไม่หรอกน่ะ เราก็แค่ขยันทำโดเพราะว่ามันเป็นอะไรที่เราชอบน่ะ กับอะไรที่ไม่ชอบก็อู้เอาดื้อๆเลยก็มีเหมือนกันนะ ฮ่ะ ฮ่ะ   

รู้สึกมีอะไรอีกหลายๆอย่างที่ไมไ่ด้เขียนแหละนะ ที่เขียนมานี่ก็พยายามสรุปหลายๆประเด็นแล้วเอามาตอบ คิดว่าคงพอช่วยให้มองเห็นตัวตนของเราง่ายขึ้น(?) หรือเราขาดตกบกพร่องตรงหัวข้อไหนที่ยังไม่ได้มาตอบนั่นก็ทักท้วงได้นะคะ ฮึ ฮึ

ดังนั้น ครั้งหน้าถ้ามีงานการ์ตูนแล้วใครมีโอกาสได้เจอเรา เข้ามาทักได้นะคะ ไม่กัด อีซานาออกจะเฟรนด์ลี่ (ยกเว้นเวลาตบเกรียนแตกเท่านั้นเอง) ฮาาา 

คราวก่อนที่ไปงานรีบอร์นโอนลี่รู้สึกมีคนโดนหลอกนะว่าเราไม่ได้ไป ทั้งที่กำลังยืนคุยกับเจ้าตัวอยู่แท้ๆ (ที่จริงเราก็ชอบแกล้งคนอำอื่นนะ เหอ เหอ) คราวหน้าถ้าได้ไปกทม.อีกจะบอกทุกคนแล้วกัน ไม่อำแล้ว เหอ เหอ (ตอนนั้นมันแค่แอคซิเดนท์คนอยากไปจริงๆ เหอ เหอ)

แล้วก็ขอบคุณทุกคนมากค่ะที่มาแสดงความคิดเห็น ส่วนทำไมเราตั้งเอ็นทรี่ย์นั้นขึ้นมา ไม่บอกเคร่อะ (กร้ากกกก) ปล่อยให้เ็นปมปริศนาต่อไป -3-~ 

ปล.มีแต่คนบอกว่าเดี้ยนอาร์ท!!!(ไอ้คนที่ว่ามันก็อาร์ทไม่แพ้เราหรอกน่า บู่วๆๆๆๆ) 

-----------------------------------------------------------------------------------------------

เข้าโซนพรีวิวโดจินกันดีกว่า 

ก่อนอื่น....แปะหน้าปก แบบหน้าปกคนขี้เกียจ.....(ไม่เอาเข้าโงรงพิมพ์ก็เงี้ย ต้องมานั่งคิดว่าทำไงให้ปกมันไม่กะหลั่วเกินไป) <<สำหรับที่เอาเข้าโรงพิมพ์ เราอยากเอาต้นฉบับแบบที่วาดA4วาดเข้ามากกว่า แต่เดี๋ยวนี้วาดแต่ในA5ตลอดเลย OTL (งบน้อยด้วย) <<และอนึ่งเราไม่ค่อยอกยาขายแพง เพราะเดี่ยวนี้มีคนบอกว่าโดเดี๋ยวนี้แพงจัง ขนาด CP18 ที่ผ่านมายังมีคนมาขอลดราคาโดอยู่เลย (อิฮั้นไม่ใช่ตลาดสดมาต่อซื้อปลานะเฟ้ยยยย)

 

(ขี้เกียจดีมะ?)

ส่วนข้างในก็ยังเหมือนเดิม ฮึ ฮึ

ชื่อโด :: Ai no Nikki

จำนวนหน้า :: 32

ขนาด :: A5

Pairing :: 69G 

ราคา :: 50 บาท 

 

ข้างในอาจจะไม่ชัดเท่าที่เห็นนะ บางที่เราลงเส้นอ่อนไปหน่อยแต่ก็พยายามปรับให้เข้มแล้ว OTL 

หาซื้อได้ที่งานCapsule Gold วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม นี้นะคะ

ผังบูธเค่อะ(จิ้กอายะมาแปะ) บูธ J01-J02 นะคะ

(บล้อกแหกแตกกระเจิงก็เอา) 

ปล.เราไม่ได้ไปงานนะคะ กรุณาอย่าตามหา เหอ เหอ